กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับพันธมิตรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ไทยยูเนี่ยน, มหาวิทยาลัยมหิดล, ไทยเบฟเวอเรจ, เนสท์เล่ (ไทย) และ Foodland Ventures จากไต้หวัน ประกาศเดินหน้าโครงการ “SPACE-F ปีที่ 7” โครงการบ่มเพาะและเร่งการเติบโตฟู้ดเทคสตาร์ตอัประดับสากลแห่งแรกของไทย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีอาหารโลก ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เน้นย้ำว่าอุตสาหกรรมอาหารถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ โดยไทยต้องก้าวข้ามการผลิตแบบเดิมไปสู่การแข่งขันด้วยเทคโนโลยี “อุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของประเทศไทย ที่กำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากการผลิตเพื่อปริมาณไปสู่การแข่งขันด้วยนวัตกรรมและมูลค่า ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม รวมถึงผลักดันนโยบาย ‘ครัวไทยสู่โลก’ เพื่อเป็นแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร ขณะเดียวกันก็สร้างโอกาสทางรายได้ที่ยั่งยืนและมั่นคงให้กับเกษตรกรไทย” ศ.

นางวัฒนาโสภี สุขสอาด ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวง อว. เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการพร้อมบรรยายพิเศษโดยเน้นย้ำประเด็นสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล สถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องปรับกระบวนทัศน์จากการรับข้อมูลสู่การสร้าง “ความฉลาดรู้ด้านปัญญาประดิษฐ์” (AI Literacy) ซึ่งครอบคลุมทั้งทักษะการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์ (Critical Thinking) และจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี เพื่อป้องกันภาวะการพึ่งพาเทคโนโลยีจนลดทอนศักยภาพการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning)ซึ่งไม่ใช่แค่การเรียนรู้การใช้เครื่องมือ แต่คือการบ่มเพาะทักษะการคิดวิเคราะห์ระดับสูงและการใช้ AI อย่างมีจริยธรรม ดังนั้น การจัดการเรียนการสอนปัจจุบันไม่ได้อยู่ในยุคที่ตั้งคำถามว่า "จะให้นักศึกษาใช้ AI หรือไม่" แต่เราอยู่ในยุคที่ต้องออกแบบว่า "เราจะใช้ AI อย่างไรให้เกิดความฉลาดรู้ และไม่ลดทอนศักยภาพการคิดของมนุษย์" ซึ่งผู้เรียนต้องปรับบทบาทจากผู้รับข้อมูลเป็นผู้ตั้งคำถามที่ชาญฉลาดและผู้ตรวจสอบความถูกต้องที่รอบคอบ การหลอมรวมสติปัญญาของมนุษย์เข้ากับควา

กระทรวง อว.ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนากำลังคนด้าน AI ภายใต้แนวคิดในการจัดตั้งศูนย์ UAIC(University AI Consulting and Development Center)เพื่อสนับสนุนให้เกิดแหล่งให้คำปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในสถาบันอุดมศึกษา สำหรับเป็นพี่เลี้ยงทางเทคโนโลยีให้แก่อาจารย์และนักศึกษา รวมทั้งการสร้างระบบนิเวศข้อมูลให้มีระบบข้อมูลกลางอัจฉริยะ (Smart Data Hub) และสนับสนุนการใช้AI สู่บริการสาธารณะ(AI for Public Service)อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานและการวิจัยเพื่อยกระดับศักยภาพประชาชนและชุมชนในพื้นที่โดยพันธกิจสำคัญที่สุดคือการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการผลิตกำลังคนในระดับสูงให้มีคุณภาพ มีคุณลักษณะเชื่อมโยงและสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ ซึ่งสถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องเตรียมพร้อมให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอต้องวิเคราะห์และวางแผนรูปแบบการเรียนรู้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมุ่งเน้นการออกแบบหลักสูตรที่รองรับการเปลี่ยนแปลง มีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร และทรัพยากร เพื่อให้คณาจารย์มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบและหลายช่องทางทั้งแบบออนไลน์ และแบบผสมผสาน

ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แสดงความยินดีและชื่นชมสถาบันการศึกษา ตลอดจนผู้ที่ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติทุกท่าน โดยเฉพาะผู้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน THAILAND-PSF ระดับที่ 4 (Mastery Teacher) และอาจารย์ต้นแบบด้านการสอน และรางวัลเชิดชูเกียรติมหาวิทยาลัยที่มีการส่งเสริมพัฒนาการจัดการเรียนการสอน ตามแนวทางการพัฒนาคุณภาพอาจารย์เพื่อส่งเสริมการบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา ของสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมโดยคาดหวังว่า "ผู้นำและต้นแบบ"จะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาวิชาชีพ นำ AI มาบูรณาการกับการจัดการเรียนการสอนอย่างมีจริยธรรม ตลอดจนขยายผลองค์ความรู้เหล่านี้เพื่อบ่มเพาะบัณฑิตให้ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป
สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.mhesi.go.th/index.php/news-and-announce-all/news-all/executive-ps-news/12491